รีวิว Spiderman Far From Home พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรักแล้วก็ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่

Alyssa Crawford

Spider-Man: Far From Home รีวิว สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม หนังปิดท้ายเฟส 3 ต่อจาก Endgame ที่ทำมาเพื่อชี้แจงเรื่องราวผลพวงที่เกิดขึ้นต่อจากตอนจบ รวมทั้งมีบทบาทสานต่อไปยังเฟส 4 และยังต้องเดินเส้นเรื่องชีวิตความเป็นสไปเดอร์แมนของตนไปพร้อมอีกด้วย ซึ่งอีกทั้ง 3 อย่างเรียกว่าเป็นหนังบังคับต้องมองพอกับ Endgame เลยก็ว่าได้ มิเช่นนั้นคงมองภาคต่อไปไม่รู้เรื่องแน่นอนซึ่ง Spider-Man: Far From Home ก็ปฏิบัติภารกิจของมันเจริญในระดับหนึ่ง แม้กระนั้นบางทีก็อาจจะไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่ เนื่องจากภารกิจที่ต้องเล่าราวเยอะจนกระทั่งเกินกว่าโทนเรื่องวัยรุ่นของสไปดี้เวอร์ชั่นนี้จะไล่เก็บได้หมด

รอดจาก 5 ปีกลาย ซึ่งในหนังเล่าง่ายๆเบาหวิว ประมาณว่าเสมือนสอบตกซ้ำชั้น แม้กระนั้นเพื่อนฝูงร่วมรุ่นจบไปแล้วเท่านั้น… ซึ่งทางมาร์เวลก็คงตัดสินใจเลือกเล่าเท่านี้ล่ะ ถึงเลือกเอาสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นนี้มาปิดท้ายให้เรื่องราวใน Endgame จบไปแบบชิลๆตามโทนหลักเช่นกัน ผู้ชมก็คงไม่ต้องไปรื้อฟื้นหรือรื้อฟื้นแนวความคิดเหตุการณ์ข้างหลัง Endgame อีกต่อไปแล้ว เพราะมาร์เวลตั้งอกตั้งใจสตาร์ทเรื่องราวไปในทิศทางใหม่แจ้งชัด

หนังเลือกเปิดตัว Mysterio กับเหล่า Elemental อย่างไวตั้งแต่เริ่มฉากแรกเลย ซึ่งทำได้น่าดึงดูด อีกทั้งชุด ความรู้ความเข้าใจกึ่งเวทย์กึ่งวิทยาศาสตร์ ยิ่งด้วย “คาแรคเตอร์ลับลวงพราง” จากบทเริ่มแรกของนักแสดงนี้ ก็ยิ่งทำให้ผู้ชมจ้องมองโฟกัสจับผิดว่าจะใช่? หรือไม่? กับการเป็นตัวร้ายหรือตัวดี ซึ่งเจคเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เอาจริงเอาจังๆหนังทำให้มองเห็นแบบที่ว่าได้อีกทั้งใช่ หรือไม่ใช่ ทั้งคู่เลยด้วยขอรับ

Spider-Man Far From Home จบพอดีด้วยการตอบโจทย์สำคัญที่แม้ในเรื่องมิได้มีบอกไว้ “พลังอันยิ่งใหญ่ มากับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่” โควทในตำนานจากภาคสไปเดอร์แมนของโทบี้ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ก็ทำได้ดีลงตัวในแบบของทอม ทำให้ภาคนี้คงแปลงเป็นภาคที่น่าจำของแฟนคลับสไปดี้ได้เสมือนที่โทบี้เคยทำไว้ได้เช่นกันขอรับ

ข้างหลังจบหนังมีเอนด์เครดิตแรกเพื่อปูไปภาคต่อไปแจ้งชัด ซึ่งถือได้ว่าเป็นการพลิกโฉมการเดินเรื่องสไปเดอร์แมนในฉบับภาพยนตร์ทีแรกอีกด้วย เรียกว่าเป็นการปิดทิ้งทวนความน่าติดตามระดับ 10 และบางทีก็อาจจะโยงเป็นปลายเปิดไปยังหนังในเฟสต่อไปที่กำลังถ่ายทำกันอยู่ด้วย (อ่านจากสปอยล์ด้านล่างได้ขอรับ) ส่วนเอนด์เครดิตลำดับที่สองก็เปิดเผยให้มองเห็นแวบๆว่าเรื่องราวต่อไปจะย้ำไปยังห้วงอวกาศมากกว่าโฟกัสที่โลกแล้วแน่ๆ ซึ่งจะเป็นทิศทางแบบไหน ต้องรอลุ้นจากหนังเรื่องต่อไปขอรับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

รีวิวหนัง : John Wick ลำพังมือหนึ่ง

หลังจากถ่ายหนังชุด The Matrix คีอานู รีฟส์ ก็วนเวียนอยู่กับหนังดราม่าและก็แฟนตาซีเป็นส่วนใหญ่ มีจับปืนบ้างใน Constantine ปี 2005 ก่อนจะมาเล่นภาพยนตร์แอ็คชั่นยิงกันใน Street Kings เมื่อปี2008 แล้วหลังจากนั้นก็หยุดจากบทบู๊ยาวๆก่อนจะหันไปจับกระบี่ใน 47 Ronin ที่ฉายเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไม่ค่อยบรรลุเป้าหมายมากแค่ไหน หลายคนเริ่มดูแคลนว่า คีอานู รีฟส์ บางทีอาจไม่เหมาะกับหนังแอ็คชั่นอีกต่อไป แถมผลงานในช่วง10ปีที่ผ่านมาไม่ว่าแนวไหนก็ไม่ค่อยมีเรื่องมีราวน่าจดจำเลย กระนั้นในปี 2014 เขาก็กลับมาอีกรอบกับบทมือสังหารระดับพระรอยดำในรูปภาพยนตร์เรื่อง John Wick รายละเอียดของ john wick 1 เล่าถึง จอห์น วิค มือสังหารชั้น1ของวงการมือสังหารที่ออกจากวังวนที่การสังหารไปใช้ชีวิตอย่างสงบนานหลายปี เขาพึ่งเศร้าจากการจากไปอย่างคิดไม่ถึงของเมียสาว เธอรู้ตัวว่าป่วยหนักจึงวางแผนส่งสุนัขมาอยู่เป็นเพื่อนเขาหลังเธอตาย จอห์น เริ่มกระปรี้กระเปร่าขึ้นบ้าง แต่ว่าแล้ววันถัดมาก็มีชายวัยรุ่นกับพวกบุกเข้ามาในบ้าน ทำร้ายร้างกายเขา ก่อนจะฉกรถคันสวยไป แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือพวกมันฆ่าสุนัขของเขาตาย จอห์น วิค หวนมาจับปืนอีกรอบด้วยความโกรธถึงจุดสูงสุด เขาออกลุยเดี่ยวตามล่าผู้ที่ฆ่าสุนัขของเขาซึ่งเป็นลูกชายของ วิกโก้เก๋ หัวหน้าแก๊งค์รัสเซียผู้มีอิทธิพลและก็เป็นอดีตผู้จ้างวานของเขาเอง วิกโก้เก๋ รู้ดีถึงความน่ากลัวของ จอห์น จึงสั่งระดมคนป้องกันลูกชายพร้อมตั้งค่าหัวเขาเพื่อให้มือสังหารชั้นแนวหน้าคนอื่นมาช่วยเหลือกันจัดแจง มือสังหารในตำนาน พล็อตของหนังง่ายสุดๆ บทไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ไม่เสียเวล่ำเวลาพูดเพ้อเจ้อทำเพลงให้มากเรื่อง เทนํ้าหนักให้ฉากแอ็คชั่นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งจำต้องกล่าวว่ามันมากมาย ทำออกมาได้ถึง ซีนดวลปืนรุนแรง เสียงดังกึกก้อง การต่อสู้มือเปล่าก็รุนแรง สะใจคนชอบหนังบู๊ ดนตรีประกอบเร้าอารมณ์กับบรรยากาศดิบหยาบคาย คอสตูมมีสีเดียวคือดำ เลือดสาดพอสมควร แต่ว่าไม่ถึงกับน่าแหวะ อีกอย่างที่โดดเด่นคือรถที่เอามาประกอบฉาก แต่ละคันต้องใจคนชอบรถคลาสสิกมากมายๆ หนังมีส่วนที่เกินจริงไปบ้าง ไม่สมเหตุผลบ้าง (อย่าถามหาตำรวจ ยิงกันขนาดนี้เสียงหวอไม่มีสักแอะ) กระนั้นความโอเวอร์ของมันนี่ล่ะที่สร้างความสนุกสนาน นับเป็นหนังอาชญากรรมที่เพลิดเพลินที่สุดในรอบหลายปี เทียบได้กับภาพยนตร์แอ็คชั่นในตำนานอย่าง Taken แต่ว่าที่ชอบเพิ่มคือการสร้างโลกของมืดปืนที่ดาร์คและก็คูลสุดๆอาทิ เหรียญทองที่ใช้จ่ายกันเฉพาะวงใน กลุ่มเก็บศพมืออาชีพ โรงแรมมือสังหาร และก็ กฏเหล็กของวงการ ทั้งหมดนี้จำต้องยกความดีความชอบให้กับความสามารถการแสดงของ คีนู รีฟส์ ที่เยี่ยมสุดๆมาดโก้เก๋กับชุดสูท ลุคไว้เครากับผมยาวบางทีอาจไม่ได้แตกต่างจาก 47 Ronin มากแค่ไหน แต่ว่าในหัวข้อนี้เขาสร้างคาแร็กเตอร์ใหม่ที่น่าจดจำกว่า ถือเป็นการคืนฟอร์มแบบมีสไตล์มากมาย อีกผู้ที่เด่นรองมาคือ ไมเคิล นีควิสต์ เล่นเป็นตัวร้ายที่มีหลายมิติดี John Wick คือการฉายเดี่ยวของ คีนู รีฟส์ ที่น่าสนใจ ถึงจะพอเพียงคาดคะเนเรื่องได้ แต่ว่าก็ยังทำให้เราลุ้นตามและก็เอาใจช่วยได้ตลอด ไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์บริบูรณ์พร้อม แต่ว่าแม้ดูข้างช่องโหว่ยิบย่อยไป ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของเขาที่ไม่ควรพลาด No related posts.
john wick 1

Subscribe US Now